เข็มทิศ ปฏิทินหมื่นปี คือกุญแจฮวงจุ้ย

เข็มทิศฮวงจุ้ย คือ อุปกรณ์ที่สำคัญ

ในการพิสูจน์อิทธิพลของพลังงาน เท่านั้น!

"ปริญญาฮวงจุ้ย 5 ใบ" ของข้าพเจ้า เป็นสิ่งยืนยัน!

ความรู้ ความสามารถ...

...ความเชี่ยวชาญ ในการใช้เข็มทิศดูฮวงจุ้ย

เข็มทิศที่อาจารย์ใช้ในการดูฮวงจุ้ยนั้น เป็นเข็มทิศที่สร้างขึ้นมาพิเศษ (ไม่ใช่เข็มทิศที่ขายตามท้องตลาดทั่วๆไป)
เป็นเข็มทิศภาษาอังกฤษแบบผสมรวม 2 สำนักฮวงจุ้ยในหนึ่งเดียว คือ ฮวงจุ้ยสูตรซานเก๋อ และ ฮวงจุ้ยสูตรซานหยวน ที่ปรมาจารย์สอนวิชาฮวงจุ้ยให้กับอาจารย์รังสรรค์ขึ้นมา เพื่อปฏิบัติการฮวงจุ้ยดาวเหินโดยแท้จริง

ฮวงจุ้ยที่สมบูรณ์แบบนั้น จำเป็นต้องใช้ฮวงจุ้ยสูตรซานเก๋อ และ ฮวงจุ้ยสูตรซานหยวน ทั้ง 2 ระบบควบคู่กัน เป็นเทคนิควิธีการในการต่อเชื่อมพลังงาน

เข็มทิศ วิชาฮวงจุ้ยนั้น มี 2 สำนัก ดังนั้นแต่สำนักจึงแตกต่างกัน จะบรรยายย่อๆ ดังต่อไปนี้ :-

1.เข็มทิศฮวงจุ้ยระบบ ซานเก๋อ คือ สูตร 3 กลมกลืน เน้นความปรองดอง กลมกลืน ของ

สวรรค์ คือ วงแหวนฟ้า ใช้สำหรับในการวัดการไหลของน้ำ สำหรับใช้สูตรน้ำในฮวงจุ้ยล้วนๆ
มนุษย์ คือ วงแหวนคน ใช้สำหรับการวัดวัตถุในสภาพแวดล้อมของบ้านเพื่อทำการตัดสินว่าอิทธิพลนั้นเป็นบวกหรือลบ
โลก คือ วงแหวนดิน การวัดมังกร ภูเขาหรือตึก
วงแหวน 3 วง ที่สำคัญมาก ในแต่ละทิศ ครอบคลุม 15 องศา เพราะในเข็มทิศมี 360 องศา นำมาหาร 24ส่วน 24คือดวงดาวแห่ง 24 ขุนเขา จะได้ส่วนละ 15 องศา แต่ละวงได้ถูกใช้สำหรับจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน
โดยมีคุณสมบัติเน้น ความรักสามัคคี กับหน่วยทิศทาง เรียกว่าตระกูลสวรรค์ และ มนุษย์ที่อยู่บนโลก หมายถึง การใช้ดาวภูเขาและเส้นเลือดมังกรเพื่อดึงดูดพลังงาน และใช้สูตรมังกรน้ำในการเก็บสะสมพลังงาน

2.เข็มทิศฮวงจุ้ยระบบ ซานหยวน สูตร 3 วัฏจักร หรือ 3 ยุค

อันนี้เป็นที่นิยมและแพร่หลาย ตั้งแต่ราชวงศ์ถัง จนถึงราชวงศ์ชิงในระยะต้นๆ ของราชวงศ์ชิง อาจารย์ เฉียง ไท้ ซัง ได้เขียนหนังสือขึ้นเล่มหนึ่ง ชื่อหนังสือแปลเป็นไทย มีชื่อว่า “บทพิสูจน์ของทฤษฎีฮวงจุ้ย” ทำให้ ฮวงจุ้ยซานหยวน ได้รับความนิยมชมชอบมากขึ้น ตราบเท่าทุกวันนี้
ความสำคัญของระบบ ซานหยวน คือ ความสำคัญของอิทธิพลของกาลเวลา วัฏจักร 180 ปี ถูกหารออกเป็นครั้ง เช่น ยุค 1, 2, 3, 4 ถูกจัดเป็น ช่วงต้น และ ยุค 6, 7, 8, 9 ถูกจัดเป็นช่วงปลาย โดยไม่มียุค 5 ในระบบซานหยวน ดังนั้นมันก็จะแตกต่างจากการปฏิบัติระบบดาวเหินซึ่งใช้ระบบ 3 ช่วง และ 9 ยุค
หลักในระบบ ซานหยวน ก็คือ ถ้าบ้านถูกสร้างขึ้นใน ช่วงต้น ท่านควรรับการหันทิศทางที่เป็นมงคลและมั่งคั่ง สำหรับยุค 1, 2, 3, 4 ด้วยสัญลักษณ์เดียวกัน
และถ้าบ้านถูกสร้างในระหว่างหรือช่วงใดช่วงหนึ่งของ ช่วงปลาย ยุคที่6, 7, 8, 9 ดังนั้น การหันของทิศทางควรรับยุคที่มั่งคั่งสำหรับยุค 6, 7, 8, 9 ในเข็มทิศฮวงจุ้ย ทิศทางพวกนี้ถูกกำหนดเครื่องหมายเป็นวัฏจักรของตัวเลขกัว
วัฏจักรของตัวเลขนี้ถูกเรียงเป็นลำดับ 94382761 การต่อเนื่องของตัวเลขนี้ จริงๆ แล้วเป็นตัวเลข ในจตุรัสหลัวซู (ตาราง 9 ดาวเหิน) โดยละเว้น 5 ในจุดศูนย์กลาง ที่หลัวซู มีเลข 9 4 3 8 คือ ข้างซ้าย – ข้างหยาง ของไท้จิ หรือ สวรรค์, ทะเลสาบ, ไฟ, สายฟ้า เรียบเรียงแบบทวนเข็มนาฬิกา ตัวเลขอีก 4 ตัว 2, 7, 6, 1 อยู่ข้างขวาหลัวซูซึ่งก็เป็นข้างหยิน ของไท้จิ หรือ ตรีลักษณ์ ลม, น้ำ, ภูเขา,โลก ตามลำดับแบบตามเข็มนาฬิกา

ดังนั้น สูตรการทำฮวงจุ้ย แบบฉบับต้นตำรับวิชาของแท้ที่อาจารย์ ทำให้กับทุกท่านนั้น อาจารย์ใช้วิชาการล้วนๆ ที่นำมาใช้แล้วได้ผลดีตามมา ไม่มีการดูฮวงจุ้ยแบบญาณสังหรณ์ และ ไม่มีการดูฮวงจุ้ยด้วยญาณทิพย์ใดใดทั้งนั้น

 

ปฏิทินหมื่นปี ตำราสำคัญยิ่ง ในการดูฮวงจุ้ย ใช้เป็นรากฐานของการคำนวณ ดวงเกิด รหัสชีวิต ราศีทิศมงคล
ครอบคลุมปฏิทิน 3 ระบบ ซึ่งประกอบด้วย
1.ปฏิทินแบบชาวตะวันตก (ปฏิทินที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้)
2.ปฏิทินจันทรคติของจีน
3.ปฏิทินเซี่ย

 

ปฏิทินจีนที่เรียกกันว่าปฏิทินของเกษตรกรหรือปฏิทินเซี่ย เป็นระบบที่ถูกต้อง และชวนหลงใหล ซึ่งไม่เพียงแต่บันทึกกาลเวลา แต่ยังเป็นเครื่องมือสำหรับระบุโชคชะตา ในระบบวิชาฮวงจุ้ย ปาจื้อ สี่เสาหลักของโชคชะตา หมายถึงการอ่านดวงชะตาของบุคคลจากข้อมูลการเกิดของเขาที่แสดงในรูปแบบปฏิทินเซี่ย คุณลักษณะเฉพาะของปฏิทินดังกล่าวคือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเวลา ปี เดือน วัน ชั่วโมง จะถูกนำเสนอในแง่ของ 5 ธาตุองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ โลหะ น้ำ ไม้ ไฟ ดิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของทุกอย่างในจักรวาล ถ้าเราทราบความสัมพันธ์ระหว่าง 5 องค์ประกอบได้อย่างถูกต้อง เราก็สามารถวิเคราะห์ นำวิธีการเอาความมั่งคั่งร่ำรวยเข้าสู่ชีวิต และสามารถใช้ความรู้นี้ นำความโชคดีให้ทวีคูณ และ ลดโชคร้ายในชีวิต

ระบบปฏิทินที่แสดงกิ่งสวรรค์และก้านดินนี้ รู้จักกันในชื่อว่าปฏิทินเซี่ย เนื่องจากคิดค้นขึ้นมาใช้ในช่วงสมัยราชวงศ์เซี่ย ประมาณปี 2100 ถึง 1600 ก่อนคริสต์ศักราช ชาวจีนเรียกปฏิทินนี้ว่า ปฏิทินชาวนา เพราะเป็นปฏิทินระบบสุริยคติ ที่ชาวไร่ชาวนาสามารถใช้อ้างอิงเพื่อวางแผนการเพาะปลูกโดยดูจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงในฤดูทั้งสี่

ตรงนี้เองที่จำเป็นต้องอธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อยเกี่ยวกับปฏิทินหลายๆคนมีความเข้าใจที่ผิดว่าปฏิทินจีนนั้น มีแต่ปฏิทินจันทรคติเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้เพราะชาวจีนมักประกอบพิธีเฉลิมฉลองอย่างใหญ่โตในวันขึ้นปีใหม่ของจีน(วันตรุษจีน)ตามปฏิทินจันทรคติ

ดวงอาทิตย์ทำให้เกิดฤดูกาลทั้งสี่ เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลมหาศาลต่อชีวิตมากกว่าดวงจันทร์ ในขณะที่ดวงจันทร์มีอิทธิพลแต่ไม่ลึกซึ้งและไม่สำคัญเท่าดวงอาทิตย์ เพราะเหตุนี้การศึกษาเชิงอภิปรัชญาของจีนจึงต้องใช้ปฏิทินสุริยคติ และแน่นอนว่าชาวนาต้องใช้ปฏิทินสุริยคติสำหรับวางแผนกิจกรรมต่างๆ ที่อิงอยู่บนพื้นฐานของฤดูกาลทั้งสี่ ปฏิทินจันทรคติมีความสำคัญกับเฉพาะบางประเพณี เช่น วันขึ้นปีใหม่ของจีนตามปฏิทินจันทรคติ (วันตรุษจีน) ประเพณีวันไหว้พระจันทร์ เป็นต้น 

ปฎิทินสุริยคติมีความแมนยำว่าเพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ประมาณ 365.5 วัน ดังนั้นปีทางสุริยคติจึงค่อนข้างมีความสม่ำเสมอ ในขณะที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลกใช้เวลาประมาณ 29 วัน หลังจากครบรอบวงโคจร 12 รอบจะใช้เวลาไปประมาณ 350 วัน ดังนั้นทุกๆปีจะมีความคลาดเคลื่อนกันระหว่างปีทางจันทรคติ และปีทางสุริยคติ หลังจากผ่านไป 2-3 ปี ความแตกต่างกันนี้จะขยายกว้างขึ้นจนมากพอที่จะเพิ่มเดือนพิเศษเข้าไปอีกเดือนหนึ่งในปฏิทินจันทรคติ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องเพิ่มเดือนที่ 13 ลงไปในปฏิทินจันทรคติเพื่อให้เท่ากันกับระบบปฏิทินสุริยคติ เราจะเห็นได้ว่าปฏิทินจันทรคติไม่เป็นไปตามธรรมชาติและกฎเกณฑ์ ทั้งยังไม่ได้สะท้อนอิทธิพลของธรรมชาติที่มีต่อมนุษย์อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้สาขาวิชาอภิปรัชญาเกือบทั้งหมดของจีนรวมไปถึงฮวงจุ้ย จตุสดมภ์แห่งโชคชะตา ปาจื้อ อี้จิ้ง ทั้งหมดล้วนรับเอาปฎิทินสุริยคติเข้ามาใช้ ยกเว้นแต่โหราศาสตร์ดาวม่วงที่นำเอาปฏิทินจันทรคติมาใช้ประกอบการพยากรณ์

ปฏิทินเซี่ยให้ความสำคัญกับฤดูกาลทั้งสี่ ดังนั้นหนึ่งปีในปฏิทินเซี่ยจึงประกอบด้วยฤดูกาลครบทั้งสี่ฤดู วันเริ่มต้นของปีเช่นนี้มักตรงกับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่เรียกว่า “การมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ” เพราะเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ เช่นเดียวกับวันแรกของปีในปฏิทินเซี่ย เนื่องจากปฏิทินเซี่ยเป็นระบบสุริยคติเช่นเดียวกับปฏิทิน เกรกอเรียน ของทางตะวันตก ที่เราใช้กันอยู่ (ปฏิทินสากลที่ระบุว่าหนึ่งปีมี 365 – 366 วัน) ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเทียบวันในปฏิทินตะวันตกกับจุดเวลาในปฎิทินเซี่ย ส่วนวันเริ่มปีใหม่ตามจันทรคติจะไม่แน่นอนตายตัว แต่จะผันแปรไปในแต่ละปี บางครั้งตรงกับเดือนมกราคม และ บางครั้งจะตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ จึงไม่สามารถเทียบกับวันที่แน่นอนในปฏิทินตะวันตกได้ เพราะระบบดังกล่าวไม่ใช่ระบบปฎิทินสุริยคติและยังมีปัจจัยที่ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์เช่น การเพิ่มเดือนที่ 13 ในปีตามจันทรคติบางปีอีกด้วย เดือนที่เพิ่มขึ้นมานี้จะทำให้วันขึ้นปีใหม่ตามจันทรคติในปีถัดไปเลื่อนไปยังเดือนกุมภาพันธ์
ระบบ 12 นักษัตรซึ่งเป็นที่แพร่หลายที่จริงแล้วเป็นส่วนสำคัญในปฏิทินเซี่ย 12 นักษัตรมีความคล้ายคลึงกับ 12 ราศี ในโหราศาสตร์ตะวันตก ซึ่งเป็นการแบ่งราศี หรือ สุริยวิถีตามการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ เราจะดูเรื่องระบบ 12 นักษัตรอย่างละเอียด แต่ในจุดนี้มีประเด็นความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นบ่อยเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของปีนักษัตร หลายคนมักถือเอาวันขึ้นปีใหม่ตามจันทรคติเป็นวันแรกของปีนักษัตร ซึ่งเป็นเรื่องผิดโดยสิ้นเชิง จากได้อธิบายไปข้างต้นนักษัตรก็เหมือนกับสัญลักษณ์จักรราศีที่แบ่งออกเป็น 12 ส่วนของสุริยวิถีซึ่งเป็นวงกลมสมมุติที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นส่วนสำคัญในปฏิทินสุริยคติเท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับปีใหม่ตามจันทรคติแต่อย่างใด ดังนั้นปีนักษัตรปีหนึ่งๆ ควรจะเริ่มในวันที่ “ฤดูใบไม้ผลิมาเยือน” เสมอซึ่งตรงกับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ หรือ โดยประมาณนั้นทุกๆปี

องค์ประกอบพื้นฐานของปฏิทินเซี่ยคือตัวอักษรจีน 22 ตัวซึ่งเรียกว่ากิ่งสวรรค์และก้านดิน ข้อมูลแต่ละส่วนในปฏิทินนี้ได้แก่ ปี เดือน วัน และยาม ซึ่งแสดงออกมาด้วยตัวอักษรจีนหนึ่งคู่โดยตัวหนึ่งอยู่ข้างบนอีกตัวหนึ่ง ตัวที่อยู่ด้านบนคือกิ่งสวรรค์ สื่อถึงอิทธิพลจากเบื้องบน สวรรค์หรือที่ไกลจากโลกของเรา ตัวอักษรที่อยู่ด้านล่างเรียกว่าก้านดิน สื่อถึงอิทธิพลจากโลกที่เราอยู่ เนื่องจากตัวอักษรมักเขียนให้กิ่งสวรรค์อยู่ด้านบนและก้านดินอยู่ด้านล่างจึงทำให้เกิดเป็นรูปทรงแนวตั้ง เราจึงมักเรียกคู่อักษรลักษณ์นี้ว่าสดมภ์ (เสา) ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลการเกิดของบุคคลจึงประกอบด้วยสดมภ์ปี สดมภ์เดือน สดมภ์วัน และ สดมภ์ยาม แต่ละสดมภ์ประกอบด้วยตัวอักษรสองตัว ดังนั้นจึงมีตัวอักษรทั้งสิ้น 8 ตัวอักษร ซึ่งในภาษาจีนเรียกว่า “ปาจื้อ” (แปดอักขระ) 

กิ่งสวรรค์มีทั้งสิ้น 10 ตัวอักษร ซึ่งประกอบด้วยธาตุทั้ง 5 ที่เรียงไปตามวงจรกำเนิด โดยแต่ละธาตุจะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ หยางหนึ่ง และ หยินหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น เริ่มจากธาตุไม้หยาง ตามด้วยธาตุไม้หยิน จากนั้นจะเป็นธาตุไฟหยาง และธาตุไฟหยิน เนื่องจากไม้สร้างไฟ จากนั้นจะเป็นธาตุดินหยาง และธาตุดินหยินเพราะไฟสร้างดิน จากนั้นจะเรียงต่อกันไปเรื่อยๆ จนถึงคู่สุดท้ายคือธาตุน้ำหยาง และ ธาตุน้ำหยิน ซึ่งวนกลับไปเกื้อหนุนธาตุไม้หยางและธาตุไม้หยินในวงจรกิ่งสวรรค์วงจรใหม่

กิ่งสวรรค์คือพลังที่เราได้รับจากสวรรค์ และก้านดินคืออิทธิพลที่เราได้รับจากโลก พลังที่เรารับจากโลกจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลทั้งสี่ ดังนั้นก้านดินจริงๆแล้วคือการอ้างถึงธาตุต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปในละเดือน ก้านดินมีชื่อที่เรารู้จักกันทั่วไปคือ 12 นักษัตร และนักษัตรทั้ง 12 นี้มีความคล้ายคลึงกับ 12 ราศีของโหราศาสตร์ตะวันตกอย่างมาก นักษัตรทั้ง 12 เกิดขึ้นจากการแบ่งวงจรที่เรียกว่าสุริยวิถีหรือจักรราศีออกเป็น 12 ส่วนเท่าๆกัน แต่ละส่วนมีสัดส่วน 30 องศา และแทนเดือนเดือนหนึ่ง ดังนั้นก้านดินทั้ง 12 ที่จริงแล้วคือสัญลักษณ์ของเดือนทั้ง 12 ของปีทางสุริยคติในปฏิทินเซี่ยนั่นเอง

คำนวณดวงเกิด รหัสชีวิต ราศีทิศมงคล
เพื่อหาทิศประจำตัวของบุคคล ที่วางพื้นฐานอยู่บน 8 ทิศหลัก ได้แก่ ทิศเหนือ ,ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ,ทิศตะวันออก ,ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ,ทิศใต้ ,ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ,ทิศตะวันตก ,ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 

ถอดรหัสชีวิตด้วยสูตรการคำนวณวันเดือนปีเกิดของแต่ละบุคคล จะแทนด้วยตัวเลข ซึ่งตัวเลขแต่ละตัว จะเกี่ยวข้องกับธาตุทั้ง 5 คือ
1 ธาตุไม้
2 ธาตุไฟ
3 ธาตุดิน
4 ธาตุทอง
5 ธาตุน้ำ

เมื่อคำนวณรหัสชีวิตแล้ว จะแบ่งบุคคลเป็น 2 ราศี ได้แก่ ชาวราศีตะวันออก และ ชาวราศีตะวันตก
ในแต่ละทิศ ของดวงแต่ละบุคคล จะแบ่งออกเป็น
1.ทิศมงคลที่ส่งผลดีกับ การเงิน ความมั่งคั่งร่ำรวย ความสำเร็จในหน้าที่การงาน
2.ทิศมงคลที่ส่งผลดีกับ สุขภาพ
3.ทิศมงคลที่ส่งผลดีกับ ความรัก และ มิตรภาพ
4.ทิศมงคลที่ส่งผลดีกับ การศึกษา
5.ทิศอัปมงคลที่ส่งผลให้ ล้มละลาย
6.ทิศอัปมงคลที่ส่งผลให้ ทะเลาะวิวาท
7.ทิศอัปมงคลที่ส่งผลให้ ถูกฆ่ากรรม
8.ทิศอัปมงคลที่ส่งผลให้ รับอันตราย 

ซึ่งในแต่ละบุคคล มีทิศประจำตัวหรือทิศมงคล 4 ทิศ โดยการปรับทิศ โต๊ะทำงาน ส่งผลให้ร่ำรวย หันหัวเตียงนอน ส่งผลดีกับความรัก หันโต๊ะอ่านหนังสือสำหรับบุตรหลานท่าน ให้เรียนหนังสือเก่ง เป็นต้น ถ้าเราหันทิศให้เหมาะสมกับดวงเกิดก็จะได้รับผลที่ดีตามมา และควรหลีกเลี่ยงทิศอัปมงคล 4 ทิศ เป็นต้น


บุคคลในภาพคือ...

ท่านปรมาจารย์คนฮ่องกง กับปฏิทินหมื่นปีในมือท่าน