5 การประเมินฮวงจุ้ย

การประเมินฮวงจุ้ย

ชาวจีนเชื่อกันทั่วไปว่าคุณไม่จำเป็นต้องประเมินฮวงจุ้ยบ้าน ถ้าคุณมีชีวิตสุขสบายพอควรในบ้านหลังนั้นอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เชื่อกันทั่วไปนี้มีความจริงเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น คนที่โชคดีมักบังเอิญพบพานบ้านที่ฮวงจุ้ยดีเสมอ เพราะเขาโชคดีนั่นเอง ในทางตรงข้าม คนที่โชคไม่ดีก็มักไม่ค่อยมีโอกาสพบบ้านที่ฮวงวุ้ยดี ถึงแม้เขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญฮวงจุ้ยเองด้วยซ้ำ เรื่องนี้อธิบายได้ว่าทำไมซินแสฮวงจุ้ยไม่ได้เป็นเศรษฐีกันทุกคนไป

 

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากโชคชะตาและโชคลาภแล้ว ผมขอแนะนำประเมินฮวงจุ้ยบ้านอย่างน้อยปีละหน เพราะอิทธิพลของฮวงจุ้ยที่มีต่อบ้านนั้นเปลี่ยนไปทุกปี สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือพลังร้ายซึ่งเรียกว่าซา มันออกเสียงเหมือน คำว่า "พิฆาต" ในภาษาจีนกลาง ซาเปลี่ยนตำแหน่งทุกปี 

 

รูปนี้แสดงให้เห็นตำแหน่งของซาที่สำคัญและผังดาวเหินในปี 1991 ซึ่งเป็นปีมะแม

 

ยกตัวอย่างอิทธิพลฮวงจุ้ยในปี 1991 ยุคเจ็ด

 

แต่ละจัตุรัสเป็นตัวแทนของแต่ละทิศ และแต่ละหมายเลขในแต่ละจัตุรัสเป็นตัวแทนของดาว 1 ดวง ซึ่งหมายถึงประเภทของอิทธิพลฮวงจุ้ย ความหมายสำคัญของมันอีกครั้ง :

1-ธาตุน้ำ ความเจริญรุ่งเรืองที่ผ่านพ้นไปนานแล้ว

2-ธาตุดิน ความเจ็บไข้ได้ป่วย (ซา)

3-ธาตุไม้ การทะเลาะวิวาท ความขัดแย้ง

4 -ธาตุไม้ การศึกษา เรื่องรัก ๆ ใคร่ๆ เรื่องอื้อฉาว

5 -ธาตุดิน โชคร้าย ความเจ็บไข้ได้ป่วย (ชา)

6 -ธาตุทอง ความเจริญรุ่งเรืองที่ค่อย ๆ เสื่อมสลาย

7-ธาตุทอง ความเจริญรุ่งเรืองในปัจจุบัน 

8-ธาตุดิน ความเจริญรุ่งเรืองในอนาคตอันใกล้

9-ธาตุไฟ ความเจริญรุ่งเรืองในอนาคตอันยาวไกล

*ตัวอย่างนี้ เป็นพลังฮวงจุ้ยในยุค7

 

ซินแสฮวงจุ้ยในสำนักดาวเหินสามารถบอกได้จากผังนี้ว่า โชคลาภของบ้านหลังนี้ในปีมะแมเป็นอย่างไร ส่วนจะเกิดเหตุร้ายอะไรและรุนแรงในระดับไหนย่อมขึ้นอยู่กับผังของบ้าน การตกแต่งภายใน และภายนอก และโชคลาภของผู้อยู่บ้านหลังนี้ ในกรณีนี้สามารถให้คำแนะนำได้ว่า ควรแขวนกระดิ่งลมที่ทำด้วยโลหะทางทิศเหนือ เพื่อต้านอิทธิพลของดาวห้า เนื่องจากกระดิ่งลมก่อให้เกิดเสียงโลหะ ซึ่งจะช่วยขจัดปัดเป่า ซา ประเภทธาตุดิน เพราะธาตุทองทำให้ธาตุดิน ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดมัน อ่อนกำลังลง

 

เรื่องราวยิ่งทวีความสลับชับซ้อนมากขึ้นเมื่อคำนึงว่า นอกเหนือจากดาวเหินประจำปีแล้วยังมีดาวเหินประจำเดือนอีกชุดหนึ่งซึ่งเปลี่ยนตำแหน่งทุกเดือนอีกด้วยดาวเหินประจำเดือนนี้เองที่ทำให้ซินแสฮวงจุ้ยได้ร่องรอยสำหรับพยากรณ์เวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ได้

ตัวอย่างเช่น

ผังดาวเหินประจำปีแสดงว่าอาจเกิดภยันตรายขึ้นทางทิศเหนือ เพราะดาวร้ายเหินมาอยู่ตำแหน่งนี้ในปีมะแม แต่เราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุร้ายในเดือนไหน ผังดาวเหินประจำเดือนสามารถให้คำตอบแบบประมาณการได้ กล่าวคือ เดือนกรกฎาคมและเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่หมิ่นเหมที่สุด เนื่องจากดาวห้าและสองซึ่งเป็นดาวเหินประจำเดือน และเป็นดาวที่บ่งบอกถึงเหตุร้ายและความเจ็บป่วย ก็จะเหินมาถึงทิศเหนือด้วย มันจึงทวีความรุนแรงของอิทธิพลร้ายให้มากขึ้น

ดาวร้ายดวงถัดไปหรือซาที่ต้องจับตามองคือ 2 ซึ่งมักเกี่ยวพันกับความเจ็บไข้ได้ป่วย ในปีมะแม ดาวนี้อยู่ทางทิศตะวันตก ถ้าประตูหรือห้องนอนของคุณอยู่ทางทิศตะวันตกของบ้านละก็ เดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

เนื่องจากจากดาวห้าซึ่งเป็นดาวเหินประจำเดือนก็จะเหินมาถึงทิศตะวันตกด้วยมันจึงทวีความรุนแรงของอิทธิพลร้ายให้มากขึ้น วิธีที่จะสลายพลังร้ายของดาวสองดวงนี้คือ แขวนเหรียญโลหะ 6 ไว้ทางทิศตะวันตก

 

หมายเลข 9 ซึ่งเป็นธาตุไฟ เหินเข้าสู่ตำแหน่งศูนย์กลางในปี 1991 และเป็นดาวปกครอง ดังนั้น ธาตุไฟจึงมีอิทธิพลในปีมะแม เราได้เห็นการเผาบ่อน้ำมันในคูเวตระหว่างสงครามอ่าว ซึ่งส่งผลร้ายต่อสภาพแวดล้อมของโลกอย่างรุนแรง มีข้อน่าสังเกตด้วยว่าไฟเริ่มลุกไหม้ในเดือนกุมภาพันธ์เมื่อดาวห้า ซึ่งเป็นดาวเหินประจำเดือนและเป็นดาวก่อเรื่องร้าย เหินมาอยู่ที่ตำแหน่งศูนย์กลาง พลังประสานของดาวห้ากับดาวเก้าในเดือนกุมภาพันธ์บ่งบอกว่า โชคร้ายที่เกิดจากไฟจะเกิดขึ้นในบริเวณตอนกลางระหว่างทิศตะวันออกกับตะวันตก นี่บ่งชี้อย่างแม่นยำพอควรถึงความหายนะที่เกิดขึ้นในคูเวต ซึ่งอยู่ในตะวันออกกลาง นอกจากนี้เรายังพบด้วยว่า ตัวเองหรือสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคเกี่ยวกับตา หัวใจ ริมฝีปาก ความดันเลือด ฯลฯ ได้ง่ายอีกด้วย เพราะส่วนเหล่านี้ของร่างกายสัมพันธ์กับธาตุไฟนั่นเอง

 

นอกเหนือจากดาวห้ากับดาวสองแล้ว เรายังควรสังเกตตำแหน่งของดาว พฤหัสฯ ซึ่งคนจีนเรียกอย่างเคารพนับถือว่าไท่ส่วย (เจ้าอายุ) แห่งปี และให้การยกย่องอย่างสูงจนเรียกแต่ละปีตามตำแหน่งของดาวพฤหัสฯ ตัวอย่างเช่น ปีมะแมนั้นที่จริงแล้วเป็นการอ้างถึงทิศตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นทิศที่ดาวพฤหัสฯโคจรมาอยู่ แต่เดิมนั้นเชื่อกันว่าการนั่งในตำแหน่งที่ตรงข้ามกับไท่ส่วย (ดาวพฤหัสฯ) หรือหันหน้าเผชิญกับไท่ส่วยจะนำโชคร้ายมาให้ ขุนศึกจีนในสมัยโบราณถือว่าต้องหลีกเลี่ยงการบุกไปหาไท่ส่วย และชอบรบโดยหันหลังให้ไท่ส่วยมากกว่า มีข้อน่าสังเกตว่าในสงครามอ่าวๆ ทหารอิรักรบโดยหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของซาอุดิอาระเบียและเป็นทิศของดาวพฤหัสฯ ในปี 1991 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายพันธมิตรบุกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีไท่ส่วยอยู่ข้างหลัง ดังนั้นทิศบุกของฝ่ายพันธมิตรจึงเป็นมงคลกว่าในแง่ของฮวงจุ้ย และเมื่อมองในมุมนี้แล้ว ชัยชนะย่อมตกเป็นของฝ่ายพันธมิตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

เชื่อกันทั่วไปด้วยว่าควรปล่อยให้ตำแหน่งของไท่ส่วยอยู่อย่างสงบ และไม่ควรทำการก่อสร้างใด ๆ ในทิศทางนี้ การรบกวนธรณีในตำแหน่งไท่ส่วย หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถือว่าเป็นการ "รบกวนธรณีที่เกล้าของไท่ส่วย" ซึ่งจะนำไปสู่ความโชคร้าย

 

ขุนนางจีนห่วงใยต่อตำแหน่งสามซา (3สังหาร) เป็นพิเศษ มันคือทิศที่ขัดแย้งกับไท้ส่วยในปี 1991 พบสามซาได้ทางทิศตะวันตก และถือกันว่าทิศตะวันตกคือทิศที่นั่งของสามซา ในปีมะแม เหตุร้ายและแรงกดดันต่าง ๆ จะเกิดขึ้นที่ทิศตะวันตก

 

เราพูดถึงอิทธิพลร้ายมามากพอแล้ว ตอนนี้มาพิจารณาจุดที่ดีของฮวงจุ้ยกันบ้าง 

ยกตัวอย่างว่าในยุคเจ็ด หมายเลข 7 ในผังฮวงจุ้ยประจำปีสะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรือง ทั้งจะนำความมั่งคั่งร่ำรวยและความสำเร็จมาให้ ในปี 1991 จะพบดาวเจ็ดซึ่งเป็นดาวโชคลาภได้ที่ทิศตะวันออกและมันจะให้ประโยชน์อย่างที่สุดถ้าตรงนั้นเป็นบริเวณที่เปิดโล่ง และเป็นที่เกิดของกิจกรรมต่างๆ

 

ตัวอย่างเช่น

ถ้าทางเข้าหลักของบ้านหรือที่ทำงานของคุณอยู่ทางทิศตะวันออก หรือห้องนั่งเล่นของคุณอยู่ทางทิศตะวันออก คุณย่อมได้ประโยชน์จากดาวนำโชคนี้ กิจกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ อาทิ นาฬิกาลูกตุ้มแบบโบราณ ถ้าวางไว้ทางทิศตะวันออกจะช่วยกระตุ้นให้ได้รับอิทธิพลที่เป็นประโยชน์ และนำโชคลาภมาให้

 

เราควรตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่าผลกระทบของดาวเหินประจำปีขึ้นอยู่กับฮวงจุ้ยพื้นฐานของบ้านค่อนข้างมาก และฮวงจุ้ยของบ้านก็ขึ้นอยู่กับดวงชะตากำเนิด ซึ่งเกิดจากอายุและทิศทางของบ้านหรือสิ่งก่อสร้างนั้น ๆ คังนั้น บ้านแต่ละหลังที่มีดวงชะตากำเนิดหรือผังฮวงจุ้ยแตกต่างกัน จึงได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของดาวเหินประจำปีแตกต่างกัน 

 

ดาวเหินประจำปีต้องมีปฏิสัมพันธ์กับฮวงจุ้ยพื้นฐานของบ้านแต่ละหลังจึงจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุดีหรือเหตุร้าย

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราตรวจสอบผังฮวงจุ้ยพื้นฐานของบ้านหลังหนึ่ง และพบดาวแปดทางทิศตะวันออก ถ้าทิศตะวันออกเป็นบริเวณที่เกิดกิจกรรมด่างๆ ซึ่งเอื้อต่อการไหลเวียนของพลังฮวงจุ้ยที่จับต้องไม่ได้อย่างเสรี เราย่อมคาดหวังถึงความเจริญรุ่งเรืองในปีมะแมได้ เพราะดาวแปดเป็นตัวแทนของความเจริญรุ่งเรืองในอนาคตอันใกล้

ดาวแปดเป็นธาตุดิน และมันมีความสัมพันธ์ที่กลมกลืนกับดาวเจ็ดที่เป็นธาตุทอง ซึ่งเหินมาอยู่ทางทิศตะวันออกในปี 1991ในทางตรงข้าม ถ้าดาวพื้นฐานทางทิศตะวันออกของบ้านคุณไม่ใช่ดาวแปด แต่เป็นดาวหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวแทนของความเจริญรุ่งเรืองที่ผ่านพันไปนานแล้ว และเป็นธาตุน้ำ ดาวเจ็ดซึ่งเป็นดาวโชคลาภประจำปี จะไม่สามารถก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง เนื่องจากธาตุน้ำทำให้ธาตุทองอ่อนกำลังลงและกระทั่งอาจก่อให้เกิดความสูญเสียทางการเงินในปีมะแมได้ด้วย 

 

ดังนั้น เราคงเห็นแล้วว่าซาเหล่านี้ และดาวเหินเปลี่ยนตำแหน่งปีต่อปีและเดือนต่อเดือน และเชื่อกันว่ามันจะส่งอิทธิพลร้ายถ้าไม่จัดการกับมันอย่างเหมาะสม (นี่คือสาเหตุที่ทำให้การศึกษาฮวงจุ้ยต้องหมั่นฝึกปรือไปชั่วชีวิต) เนื่องจากอิทธิพล ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ของซาและดาวเหล่านี้ ผมจึงเสนอให้ประเมินฮวงจุ้ยปีละครั้ง ช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ (ราวเดือนกุมภาพันธ์) เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของปีทางจันทรคติ และซาทั้งหมดล้วนเปลี่ยนตำแหน่งของมัน

นอกเหนือจากการประเมินประจำปีแล้ว ยังมีบางวาระที่ควรปรึกษากับซินแสฮวงจุ้ย อาทิ ในยามซื้อบ้านหรือสำนักงานใหม่ การปรับปรุงหรือตกแต่งบ้านและสำนักงานใหม่ก็ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญ ซึ่งขอแนะนำให้มีการประเมินฮวงจุ้ยเช่นกัน หรือในยามที่เกิดเหตุผิดปกติ และดูเหมือนจะหาสาเหตุอะไรมาอธิบายไม่ได้ซินแสฮวงจุ้ยสามารถบอกได้ว่า คุณกำลังตกอยู่ใต้อิทธิพลของซาใด ๆ หรือไม่ เช่นเดียวกับในกรณีที่มีการรบกวนสภาพแวดล้อมอย่างหนัก อาทิ การก่อสร้าง หรือ การรื้อถอนซึ่งอาจรบกวนต่อตำแหน่งของซา และก่อให้เกิดโชคร้าย นี่ก็เป็นวาระที่ควรปรึกษาซินแสฮวงจุ้ยเหมือนกัน 

Visitors: 130,040