24 การผูกดวงแบบจีนและโชคชะตาตามหลักฮวงจุ้ย

การผูกดวงแบบจีนและโชคชะตาตามหลักฮวงจุ้ย

การทำฮวงจุ้ยจนเป็นนายเหนือมันได้นั้นเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลายาวนานเนื่องจากไม่สามารถแยกมันออกจากวิชาทำนายโชคชะตาสาขาอื่น ๆ ได้

ที่จริงมีเทคนิคการทำนายโชคชะตาอยู่มากมายในวัฒนธรรมจีน และเทคนิคหลายอย่างก็ส่งเสริมและเพิ่มพูนศิลปะฮวงจุ้ยให้ยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น เราสามารถประยุกต์ใช้คำทำนาย อี้จิ้ง เพื่อตรวจสอบว่ามีสิ่งเหนือธรรมชาติหรือผีคอยหลอกหลอนอยู่ในบ้านหรือไม่ หรือใช้อธิบายกรณีเกิดเหตุฆาตกรรมในทฤษฎีของอาจารย์ซัม ถ้ามีความรู้เกี่ยวกับกัวในอี้จิงอย่างถ่องแท้ เพราะมันจะช่วยวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างละเอียด นอกเหนือจากคำทำนายอี้จิ้งแล้ว ซินแสฮวงจุ้ยยังควรต้องมีความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการอ่านโชคชะตาโดยใช้ดวงชะตากำเนิดของบุคคลด้วย และวิธีหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ "ดวงจัตุสดมภ์" (ปาจื้อ)

 

"ดวงจัตุสดมก์" หมายถึงองค์ประกอบ 4 ส่วน ซึ่งผูกขึ้นจากวัน เดือน ปีและเวลาเกิดของเรา โดยอาศัยปฏิทินเซี่ยของจีน (มีกำเนิดในสมัยราชวงศ์เซี่ย ในราว2,100 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ซึ่งไม่เหมือนกับปฏิทินของตะวันตกตรงที่มันสลับซับซ้อนกว่ามาก เพราะมันไม่เพียงบันทึกปูมเวลาที่ผ่านไปเท่านั้น แต่ยังรวมเอามิติด้านเทศะที่แสดงถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลกกับคาวพระเคราะห์อื่น ๆ ในจักรวาลเข้าไว้ด้วยตัวอย่างเช่น ในปี 1989 ตามปฏิทินแบบตะวันตกนั้น ตัวเลข 1989 เพียงบ่งบอกว่า มันเป็นปีที่ 1989 หลังการสมภพของพระคริสต์ แต่ในปฏิทินเซี่ยจะเป็นปีมะเส็ง ซึ่งบ่งบอกด้วยว่าดาวพฤหัสฯ โคจรมาอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปฏิทินนี้ยังสะท้อนถึงตำแหน่งของโลกในระบบจักรราศีอีกด้วย ในอดีตชาวนาจีนจะอาศัยปฏิทินเซี่ย ในการพยากรณ์อากาศ เพื่อการเพาะปลูก และวันสำคัญแต่ละวันในปฏิทินจะมีตำนานและความเชื่อโบร่ำโบราณต่างๆ ผูกพันอยู่เป็นอันมาก

 

ปฏิทินที่อาจารย์คำนวณดวงจัตุสดมภ์

(ปาจื้อ)

 

อาทิ วันแรกตามปฏิทินเซี่ยจะเรียกว่าวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ และเชื่อกันว่าในวันนี้สามารถตั้งไข่โดยไม่ล้มได้ เนื่องจากถือกันว่าวันนี้จักรวาลจะอยู่ในภาวะแห่งความสมดุลอันยิ่งใหญ่ ทั้งยังเชื่อกันอีกว่า เราจะได้ยินเสียงฟ้าร้องในวันแรกของเดือนที่ 2 ซึ่งจะปลุกสัตว์ที่จำศีลอยู่ให้ดื่น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรระลึกไว้เสมอคือ ปฏิทินเซี่ยไม่เหมือนกับปฏิทินในระบบจันทรคติของจีน ซึ่งมีพื้นฐานอยู่

บนการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ อาจถือได้ว่าปฏิทินเซี่ยคือปฏิทินในระบบสุริยคติซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนการหมุนรอบดวงอาทิตย์ของโลก และแบ่งเดือนออกตามตำแหน่งโลกในวิถีโคจร

 

หลักการสำคัญทางปรัชญาอย่างหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังปฏิทินเซี่ยคือทฤษฎีเบญจธาตุอันประกอบด้วยธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน ซึ่งชาวจีนเชื่อว่าเป็นธาตุพื้นฐานของจักรวาล ในปฏิทินเซี่ย ปี เดือน วัน และเวลาไม่ใช่ตัวเลข แต่จะเป็นตัวอักษรจีนที่เขียนเป็นคู่ ๆ โดยแต่ละตัวมีธาตุประจำของมันกำกับอยู่ ในแง่นี้ปฏิทินเซี่ยจึงบ่งบอกถึงวัฏจักรของเบญจธาตุด้วย

 

วัฏจักรฤดูกาลของธาตุพื้นฐาน
  ทอง ไม้ น้ำ ไฟ
ฤดูใบไม้ผลิ ตาย เจริญ อ่อนแอ เกิด
ฤดูร้อน เกิด อ่อนแอ ตาย เจริญ
ฤดูใบไม้ร่วง เจริญ ตาย เกิด อ่อนแอ
ฤดูหนาว อ่อนแอ เกิด เจริญ ตาย

 

ตารางนี้แสดงให้เห็นว่าเบญจธาตุผ่านวัฏจักรก่อเกิด เติบโตเต็มที่ตายในระหว่างฤดูกาลทั้ง 4 อย่างไร ธาตุดินไม่ปรากฎในตาราง เนื่องจากถือกันว่าธาตุดินเป็นธาตุพื้นฐานและเป็นกลาง ดังนั้น ช่วงแห่งความเจริญของมันจึงอยู่ที่ปลายฤดูกาลทั้ง 4 ซึ่งได้แก่เคือนที่ 3 ของแต่ละฤดูกาลนั่นเอง กล่าวคือ เดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม เนื่องจากถือกันว่าเบญจธาตุ คือองค์ประกอบพื้นฐานของทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล รวมทั้งมนุษย์ด้วย 

ดังนั้น การอ่านวัฏจักรชีวิตและปฏิสัมพันธ์ระหว่างเบญจธาตุที่บ่งบอกไว้ในปฏิทินเซี่ย จึงเป็นวิธีการอันแม่นยำในการทำนายโชคชะตา "ดวงจัตุสดมภ์" ก็พัฒนาจากระบบนี้นั่นเอง ดังนั้น จึงเป็นเครื่องมือที่โยงใยโชคชะตาของมนุษย์เข้ากับจักรวาล

 

"ดวงจัตุสดมภ์" ผูกได้ง่ายมากเมื่อเทียบกับการทำนายโชคชะตาสาขาอื่น ๆ เพราะไม่ต้องทำแผนภูมิตำแหน่งดาวพระเคราะห์ในจักรวาล เพียงแต่เปิดปฏิทินและหาตัวอักษรจีน 4 คู่ที่เป็นสัญลักษณ์แทนวัน เดือน ปี และเวลาเกิดเท่านั้น จากนั้นก็ประเมินปฎิสัมพันธ์ระหว่างเบญจธาตุที่กำกับอักษรจีนทั้ง 4 คู่นั้น โดยแก่นแท้แล้วตัวอักษรจีนหนึ่งตัวใน "สดมภ์" วันเกิดจะแทนตัวบุคคล ส่วนตัวอักษรจีนอีก 7 ตัวจะแทนสถานภาพ สุขภาพ ความมั่งคั่งร่ำรวย บุคลิกลักษณะ อารมณ์ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และศักยภาพของคนคนนั้น ข้อมูลที่เราสามารถหาได้จากตัวอักษรจีนทั้ง 8 นี้มีมากมายเต็มไปหมด ทั้งยังถูกต้องแม่นยำอีกด้วย

 

ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลัง"ดวงจัตุสดมภ์"คือธรรมชาติและความสามารถของคนคนนั้นถูกกำหนดโดยธาตุประจำวัน เดือน ปี และเวลาเกิด เมื่อคนคนนั้นเติบโตขึ้น ธาตุที่บ่งบอกไว้ในปฏิทินเซี่ยจะเริ่มส่งอิทธิพลโดยทำปฏิกิริยากับบุคลิกลักษณะที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของคนคนนั้น และเป็นสาเหตุของโชคดีและโชคร้าย ความโสมนัสและโทมนัส

 

ดังนั้น จึงอาจเปรียบวันเดือนปีและเวลาเกิดของคนเรากับรถยนต์วัน เดือน ปี และเวลาเกิดที่ดีเปรียบได้กับรถยนด์ราคาแพงอย่างโรลส์รอยซ์ การเดินทางผ่านห้วงเวลาก็เหมือนกับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนไปตามถนน ถ้าถนนราบเรียบหรือเบญจธาตุให้คุณ รถยนต์ที่ดีก็จะเดินทางโดยไม่ก่อปัญหาแต่อย่างใด

 

ในทางตรงข้าม ถ้าถนนขรุขระ หรือเบญจธาตุให้โทษ แม้แต่รถโรลส์-รอยซ์ ก็จะเดินทางไปได้ไม่ไกล ดังนั้น วัน เดือน ปี และเวลาเกิดจึงสะท้อนถึงชีวิต และและการเดินทางผ่านห้วงเวลาด้วยความโชคดีหรือโชคร้าย วัน เดือน ปี และเวลาเกิดที่ดีเมื่อรวมกับโชคดีย่อมส่งผลที่ดีที่สุดให้ และกลับกันปัจจุบันซินแสฮวงจุ้ยที่เก่งจะตรวจสอบดวงชะตากำเนิดของบ้านก่อน ประเมินฮวงจุ้ยของบ้าน สาเหตุมีอยู่ว่า วัตถุประสงค์ของฮวงจุ้ยคือ ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมที่มีต่อโชคชะตาของมนุษย์ และศึกษาว่ามันมีอิทธิพลแตกต่างกันต่อบุคคลที่แตกต่างกันอย่างไร 

 

ตัวอย่างเช่น ในบ้านที่ฮวงจุ้ยไม่ดี ซึ่งมีผู้พักอาศัย 3 หรือ 4 คน ภัยพิบัติจากพลังที่จับต้องไม่ได้จะไม่ส่งผลกระทบต่อทุกคนในบ้านหลังนี้ คำอธิบายอย่างหนึ่งคือ พวกเขาไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน หรือ นอนในตำแหน่งเดียวกัน ผู้ที่อยู่ในห้องหรือนอนในตำแหน่งที่ เลวร้ายที่สุดจะได้รับผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุด แต่มีอยู่ปัจจัยหนึ่งที่เราละเลยไม่ได้คือ มีบ้านบางหลังที่ไม่ดีสำหรับคนบางคน เนื่องจากคนเหล่านี้รับผลกระทบจากบ้านที่ฮวงจุ้ยไม่ดีได้ง่าย ถ้ามีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น คนเหล่านี้จะได้รับผลร้ายที่สุด

 

ฮวงจุ้ยสำนักอัฏฐะเรือนเน้นปีเกิดของคนเป็นหลัก สำนักนี้แบ่งคนออกเป็นแปดกัว ตามปีเกิด จากนั้นก็แบ่งแปดกัว ออกเป็น 2 กลุ่ม นั่นคือ คนในกลุ่มราศีตะวันออก 4 ประเภท 

 

และคนในกลุ่มราศีตะวันตก 4 ประเภท คนราศีตะวันออกควรอยู่ในบ้านกลุ่มตะวันออก และคนราศีตะวันตกก็ควรอยู่ในบ้านกลุ่มตะวันตก

 

การแบ่งคนและบ้านออกเป็น 2 กลุ่มเช่นนี้ไม่ใช่จุดสำคัญของฮวงจุ้ยสำนักดาวเหิน อย่างไรก็ตาม สำนักนี้ก็คำนึงถึงกัวของคนเหมือนกัน เพราะภายใต้ภาวการณ์บางอย่าง มันเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการระบุว่า คนคนนั้นเหมาะกับบ้านที่เขาอยู่หรือไม่ รูปนี้คือแผนภูมิดวงชะตาบ้านหลังหนึ่งในยุคหก ซึ่งเป็นบ้านที่หลังอิงทิศตะวันออก และหน้าหันไปทางทิศตะวันตก

 

แผนภูมิดวงชะตาของบ้านหลังหนึ่งในยุคหก

 

หมายเลข 4 และ 8 ที่มีขนาดเล็กกว่าอยู่ที่ศูนย์กลาง 4 เป็นธาตุไม้และ 8เป็นธาตุดิน เนื่องจากไม้ทำลายดิน 4 จึงเป็นภัยคุกคามต่อ 8 ดังนั้น บ้านหลังนี้จึงไม่เหมาะกับคนที่เถิดใน กัวแปด หรือ เกิ้นกัว คนที่มีกัวแปดได้แก่ผู้ชายที่เกิดในปี ค.ศ. 1947 1956 1965 1974 และ 1983 และผู้หญิงที่เกิดในปี ค.ศ. 19451948 1954  1957 1963 1966 1972 1975 1981 และ 1984 เกิ้นกัวยังเป็นสัญลักษณ์ของเด็กหนุ่ม ดังนั้น ถ้าเด็กหนุ่มที่เกิดในปี 1983 อยู่ในบ้านหลังนี้ เขาจะเป็นคนประสบเคราะห์กรรมได้ง่ายที่สุด

 

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งในปีเกิดของบุคคลคือ สัญลักษณ์ปีนักษัตร ปีนักษัตรบางปีจะเข้ากับบ้านบางหลังไม่ได้ ตัวอย่างเช่น คนเกิดในปีฉลูควรหลีกเลี่ยงไม่อยู่ในบ้านที่หลังอิงทิศเหนือ อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือเบญจธาตุใน วัน เดือน ปี และเวลาเกิดของบุคคล เพื่อใช้เป็นเครื่องกำหนดสีและเครื่องตกแต่งบ้าน

 

เมื่อผูก "ดวงจัตุสดมภ์" ขึ้นมาแล้ว เราจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเบญจธาตุที่กำกับตัวอักษรจีนทั้งแปด ตัวอักษรจีนตัวหนึ่งจากวันเกิดจะแทนตัวคนคนนั้น ถ้าวันนั้นเป็นธาตุไม้ จะถือว่าเขาหรือเธอเป็น "คนธาตุไม้" จากนั้นก็พิเคราะห์ ต่อไปว่าธาตุไม้สัมพันธ์กับธาตุอื่น ๆ จากเดือนเกิด ปีเกิด และเวลาเกิดอย่างไร

 

ถ้าคนธาตุไม้เกิดในฤดูใบไม้ผลิ ขณะที่ธาตุไม้กำลังเจริญเต็มที่ (โดยไม่มีธาตุทองคุกคามธาตุไม้มากนัก และมีธาตุน้ำส่งเสริมธาตุไม้) ย่อมถือได้ว่าธาตุไม้เข้มแข็ง ธาตุไม้ที่เข้มแข็งจำเป็นต้องมีธาตุทองมาควบคุมมัน และตัดแต่งมันเพื่อให้มันกลายเป็นเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องเรือนที่มีประโยชน์ ทั้งก็จำเป็นต้องมีธาตุดินมาช่วยสลายพลังงานส่วนเกินของมัน (ไม้ทำลายดิน) ดังนั้น ถ้าคนคนนั้นมีธาตุไม้เข้มแข็ง สีที่เหมาะสมกับเขาหรือเธอจึงได้แก่สีโลหะ สีทอง สีเงิน สีขาว หรือสีดินเหลือง เครื่องตกแต่งบ้านที่ดีที่สุดคือ สิ่งที่ทำด้วยโลหะหรือดิน อาทิ เครื่องกระเบื้องเคลือบ หรือเครื่องปั้นดินเผา ทั้งเขาหรือเธอยังไม่ควรปลูกต้นไม้หรือเลี้ยงปลาไว้ในบ้านให้มากเกินไปอีกด้วย

 

ในทางตรงข้าม ถ้าเขาหรือเธอเป็นคนธาตุไม้ที่เกิดในฤดูใบไม้ร่วงในขณะที่ธาตุทองกำลังเจริญเต็มที่ และธาตุไม้กำลังอ่อนแออย่างที่สุด เขาหรือเธอจะต้องการน้ำและไม้มากขึ้นเพื่อค้ำจุนชีวิต สีที่ดีที่สุดสำหรับเขาหรือเธอจึงได้แก่สีดำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนน้ำ และสีเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนไม้ เครื่องตกแต่งบ้านที่เหมาะกับเขาหรือเธอได้แก่ ต้นไม้ เครื่องเรือนที่ทำด้วยไม้ และตู้เลี้ยงปลา หรือเธอควรหลีกเลี่ยงสีขาวหรือสีทอง และวัตถุที่ทำด้วยโลหะ

ส่วนสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนธาตุไฟ ก็จะสลายพลังของเขาหรือเธอเช่นกันที่กล่าวมานี้คือ ตัวอย่างการวิเคราะห์ "ดวงจัตุสดมภ์" อย่างง่ายๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสามารถนำมาเสริมการประเมินฮวงจุ้ยบ้านได้อย่างไร

 

 

Visitors: 130,039