1 ความเร้นลับของฮวงจุ้ย

เผยความเร้นลับของฮวงจุ้ย 

ใครก็ตามที่เคยสัมผัสกับสังคมจีนคงต้องเคยพานพบกับคำว่าฮวงจุ้ย ชาวตะวันตกที่พอจะมีจินตนาการอยู่บ้าง อาจสนใจที่จะเสาะแสวงหาว่าฮวงจุ้ยเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร อย่างไรก็ตาม คนคนนั้นจะพบเสมอว่าประตูไปสู่ความรู้นี้ปิดสนิท สาเหตุไม่เพียงเพราะอุปสรรคทางภาษาเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะมีฮวงจุ้ยหลายสำนักและหลายวิธีอีกด้วย

 

สมมติว่าคุณรู้ภาษาจีน และคุณโชคดีพอที่จะหาครูที่ดีได้ แต่ถึงกระนั้นคุณก็ต้องใช้เวลานานหลายปีในการศึกษาและหาประสบการณ์ ก่อนที่คุณจะมีทักษะมากพอในการทำเรื่องฮวงจุ้ยได้ 

 

สำหรับชาวตะวันตกที่ไม่รู้ภาษาจีน แทบจะไม่มีหนทางใดเลยที่จะศึกษาเรื่องนี้เพราะการบรรยายและหนังสือหนังหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในภาคภาษาอังกฤษหาได้ยาก วัตถุประสงค์เบื้องแรกที่จะทอดสะพาน เชื่อมระหว่างผู้ไม่รู้ภาษาจีนกับวิชาฮวงจุ้ย ผมหวังว่าอย่างน้อยก็สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยแก่ผู้สนใจได้ โดยตอบคำถามที่พบเห็นบ่อยบางคำถามแก้ไขความเข้าใจผิดบางประการ และที่สำคัญที่สุดคือให้ทิศทางสำหรับการทำฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง

 

เรามาเริ่มต้นด้วยการพิจารณาคำว่าฮวงจุ้ยกันดีกว่า เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชีวิต ชาวจีนมีคำสอนที่สำคัญยิ่งอยู่อย่างหนึ่งว่า

 

"หนึ่งโชคชะตา สองโชคลาภ 

สามฮวงจุ้ย

สี่ความใจบุญสุนทาน ห้าการศึกษา..."

 

นี่ย่อมแสดงให้เห็นว่าฮวงจุ้ยมีอิทธิพลสำคัญต่อความเชื่อของชาวจีน

 

แล้วฮวงจุ้ยคืออะไรล่ะ? ตามรูปศัพท์แล้ว คำว่าฮวง (หรือ "เฟิง" ในภาษาจีนกลาง) หมายถึงลมหรืออากาศ และคำว่าจุ้ย (หรือ "สุ่ย" ในภาษาจีนกลาง) หมายถึงน้ำ

ส่วนในแง่ที่กว้างขึ้น สุ่ยมีความหมายครอบคลุมกว้างขวางกว่ามาก คือหมายรวมถึงภาวะด้านกายภาพ อาทิ ภูเขาและทำเลด้วย ซึ่งในปัจจุบันอาจครอบคลุมถึงถนน ทางยกระดับ ตึกรามบ้านช่อง นัยหนึ่งป่าคอนกรีตนั่นเอง

 

ดังนั้น จุ้ยจึงได้แก่สิ่งที่จับต้องได้ หรือสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ  ส่วนฮวงนั้น อธิบายได้ยากกว่า เพราะไม่เพียงหมายถึงลมและอากาศเท่านั้น แต่ยังหมายถึง สิ่งที่เป็นนามธรรมและสิ่งที่จับต้องไม่ได้อีกด้วย นั่นก็คือพลังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ดังนั้น การศึกษาฮวงจุ้ยจึงเป็นการศึกษาอิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อชีวิตมนุษย์

 

อิทธิพลเหล่านี้แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ สิ่งที่จับต้องได้ หรือสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ และสิ่งที่จับต้องไม่ได้ หรือพลังที่มองไม่เห็น 

 

พลังที่มองไม่เห็นเหล่านี้คืออะไร? ตราบจนบัดนี้ยังคงเป็นเรื่องเร้นลับอยู่ ไม่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบเพื่อค้นหาธรรมชาติของมัน พลังแม่เหล็กหรือ? คลื่นจักรวาลหรือ? คลื่นวิทยุหรือ? เรายังห่างไกลจากข้อสรุปอยู่มาก อย่างไรก็ตาม การที่คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะใช้ คอมพิวเตอร์ฉันใด คุณก็สามารถเข้าใจฮวงจุ้ย ซึ่งชาวจีนใช้มันเป็นประโยชน์มา นานหลายศตวรรษ โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ถึงการดำรงอยู่ของมันในทางวิทยาศาสตร์ฉันนั้น

 

ประเพณีจีนในยุคเก่าก่อนระบุว่า พลังที่มองไม่เห็นนี้คือ "ทิศ" พลังที่แตกต่างกันจะสัมพันธ์กับทิศที่แตกต่างกัน นอกจากนั้น พลังเหล่านี้ยังไม่อยู่นิ่ง แต่จะเคลื่อนไหวตามแบบแผนที่ทำนายล่วงหน้าได้อีกด้วย

 

มันมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมด้านกายภาพในแง่ที่มีอิทธิพลต่อผู้คน การเข้าใจแบบแผนแห่งการเคลื่อนไหวและอิทธิพลของพลังทิศเหล่านี้ ไม่เพียงทำให้เราสามารถเลือกบ้านหรือทำเลที่มีฮวงจุ้ยดีเท่านั้น ยังสามารถพยากรณ์เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านหรือทำเลนั้นๆได้ด้วย

 

ฮวงจุ้ยแซกี

 

ฮวงจุ้ยแซกีของอาจารย์

ฮวงจุ้ยแซกี

 

สิ่งสำคัญซินแสฮวงจุ้ยต้องมีฮวงจุ้ยแซกีส่วนตัวด้วย เพื่อเป็นใบเบิกทางกับฟ้า/ดิน และพระแม่ธรณี เจ้าที่เจ้าทางของบ้านแต่ละหลัง สำหรับการดูฮวงจุ้ยให้กับลูกศิษย์ รับความโชคดี เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า มั่งคั่งร่ำรวย

 

ชาวจีนโบราณประยุกต์ใช้ฮวงจุ้ยในการเลือกที่ตั้งสุสานซึ่งเรียกว่า บ้านหยิน หรือบ้านคนตาย ชาวจีนเชื่อว่าพลังฮวงจุ้ยของสุสานบรรพบุรุษมีผลอย่างใหญ่หลวง ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของลูกหลานให้โชคดี หรือตั้งฮวงจุ้ยแซกี(สุสานคนเป็น) เพื่อเสริมดวงชะตาชีวิต มั่งคั่งร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีได้  แต่หากตั้งฮวงซุ้ยผิดก็มีตัวอย่างเช่น มีพ่อค้าที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในวงการก่อสร้างของฮ่องกงต้องโทษจำคุกเพราะคดีคอร์รับชั่น ฮวงจุ้ยพบว่าสุสานบรรพบุรุษของเขา ซึ่งอยู่ในมลฑลกวางตุ้ง ตั้งอย่างผิดที่ผิดทาง และแวดล้อมด้วยต้นลิ้นจี่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการกักกันจำขัง 

 

เมื่อเวลาผ่านไป ศิลปะแห่งการเลือกบ้านหยิน(ฮวงซุ้ย) ก็ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านหยาง(บ้านคนเป็น) ด้วย นอกจากนั้น การเลือกบ้านหยิน ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากและไม่ค่อยได้รับความนิยมในเมืองสมัยใหม่ที่ผู้คนหนาแน่น ซึ่งที่ดินหายากและราคาแพง ตอนแรกเทคนิคฮวงจุ้ยถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการก่อสร้างวัดวาอาราม ตำหนัก และราชวังก่อน ครั้นบัดนี้ได้กลายเป็นวิธีสำหรับกระตุ้นให้เกิดโชคลาภและหลีกเลี่ยงอิทธิพลร้ายสำหรับบ้านพักอาศัยไปแล้ว

 

เรามาดูวิธีศึกษาบ้านหยางกัน และดูว่าสามารถคาดหวังอะไรจากซินแสฮวงจุ้ย ได้บ้าง ถ้าคุณเชิญซินแสฮวงจุ้ยมาดูบ้านของคุณ ตอนแรกเขาจะมองรอบๆ ตัวอาคารก่อน แล้วจึงกำหนดทิศโดยใช้ โหลผาน ซึ่งเป็นเข็มทิศจีนที่สลับซับซ้อนมาก

 

จากนั้นเขาจะตรวจสอบอายุของอาคาร เพราะบ้านที่สร้างในปี 1984 กับบ้านที่สร้างในปีถัดมาจะมีความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวงในแง่ของฮวงจุ้ย แล้วจากข้อมูลทั้งหมดนี้ ซินแสฮวงจุ้ยก็จะเขียนแผนผังของพลังที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อบ้านจากทุกทิศภายในช่วงเวลาอันเฉพาะเจาะจงช่วงหนึ่ง แผนผังนี้คือดวงชะตากำเนิดของบ้าน ซึ่งคล้ายคลึงกับดวงชะตากำเนิดของคนเรานั่นเอง

 

ซินแสฮวงจุ้ยยังจะตรวจตรามิติด้านกายภาพและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบ ๆ บ้านของคุณอีกด้วย เขาจะดูทำเลว่ามีวัตถุลักษณะแหลมหรือคมอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ไกลเกินสายตาหรือเปล่า ดูทิศและความโค้งของถนนรอบ ๆ ทางยกระดับ และทิศทางการแล่นของรถยนต์ ฯลฯ กล่าวสั้น ๆ ได้ว่าเขาตรวจสอบอิทธิพลของสภาพแวดล้อมด้านกายภาพนั่นเอง

หลังจากนั้นซินแสฮวงจุ้ยจะมองดูสภาพภายในของบ้านคุณ เป็นต้นว่ามันแบ่งออกเป็นห้อง ๆ ในลักษณะใด ประตู เตา เตียงนอน ห้องน้ำ หรือกระถางต้นไม้อยู่ที่ไหน และเมื่อมองออกนอกหน้าต่างแต่ละบานจะเห็นอะไร

ซินแสฮวงจุ้ยจะตรวจสอบวันเดือนปีของเจ้าบ้านด้วย เพราะคนที่มีวันเดือนปีเกิดแตกต่างกันย่อมได้รับอิทธิพลที่แตกต่างกัน

 

มีสิ่งละอันพันละน้อยอีกมากมายนับไม่ถ้วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อฮวงจุ้ย ต่อเมื่อซินแสฮวงจุ้ยศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ กับพลังที่จับต้องไม่ได้ด้วยความแม่นยำเท่านั้น เขาจึงจะสามารถประเมินและพยากรณ์ได้อย่างถูกต้อง

เมื่อรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ได้แล้ว ซินแสฮวงจุ้ยก็จะให้คำแนะนำ คำแนะนำมักรวมเอาหัวข้อเหล่านี้เข้าไว้ด้วย คือ

1. คำชี้แนะทั่วไปเกี่ยวกับบ้านโดยอ้างอิงถึงความมั่งคั่งร่ำรวยและสุขภาพ

2. คำชี้แนะทั่วไปเกี่ยวกับบ้านของคุณ โดยคำนึงถึงโอกาสที่จะร่ำรวยหรือเจ็บไข้ได้ป่วย

3. ตำแหน่งที่ดีที่สุด และเลวที่สุดในบ้านของคุณ และวิธีใช้มันหรือหลีกเลี่ยงมัน

4. สิ่งใดเหมาะที่จะอยู่ในบ้านของคุณมากที่สุด และสิ่งใดไม่เหมาะ

5. สีและวัตถุที่ใช้ประดับตกแต่ง ซึ่งเหมาะและไม่เหมาะกับบ้านของคุณ

6. คุณควรตกแต่งหรือจัดบ้านของคุณเสียใหม่หรือไม่ หรือขายมันใป

7. วิธีแก้ไขอิทธิพลร้าย

8. การพยากรณ์เหตุการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น ผู้ชายที่อยู่ในห้องนอนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ (รูป 1) จะเจ็บป่วยในช่วงเวลาอันแน่นอน

ฮวงจุ้ยนอนทิศชง

 

ซินแสฮวงจุ้ยที่ได้รับการฝึกฝนมาดีพอควรจะสามารถพยากรณ์เหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง บางครั้งอาการของโรคบางโรคก็สะท้อนออกมาให้พิเคราะห์จากฮวงจุ้ยได้ด้วย แต่โปรดจำไว้ว่ามีฮวงจุ้ยหลายสำนักและมากวิธี ดังนั้น จงอย่าแปลกใจ ถ้าซินแสฮวงจุ้ยของคุณมีวิธีศึกษาที่แตกต่างออกไป

 

วิธีการเหล่านี้ยังสามารถประยุกต์ใช้กับสภาพแวดล้อมในวงกว้างขึ้นด้วย ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ดีสำหรับทำสุสาน ไปจนถึงเรื่องโชคลากและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่เมืองหรือประเทศ ตัวอย่างเช่น ทำไมศูนย์การค้าแห่งหนึ่งจึงเงียบเหงา ธุรกิจแย่มาก ในขณะที่ศูนย์การค้าใกล้ ๆ อีกแห่งหนึ่งกลับมีคนเข้าออกกันคึกคัก?

ทำไมตัวเลขบางตัวจึงนำโชคดีมาให้มากกว่าตัวเลขอื่น? ทำไมตั้งแต่ปี 1984 เป็นต้นมา จึงมีผู้หญิงหลายคนขึ้นมาเป็นผู้นำและผู้หญิงมีอำนาจมากขึ้น? 

 

Visitors: 135,360