19 ดาวสัญลักษณ์ ความรัก ม้า ขุนนาง

ตลอดช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนานของการพัฒนา ระบบจตุสตม์แห่งโชคชะตาได้ผ่านการวิวัฒนาการและการกลั่นกรองให้ละเอียดขึ้น นักพยากรณ์ที่เก่งๆ บางคนใช้ประสบการณ์และการสังเกตเป็นประจำทุกวันเวลาฝึกปรือหลักจตุสดมภ์จนได้เป็นข้อสรุปที่ช่วยให้เกิดความแม่นยำและมีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์โชคชะตา และหนึ่งในนั้นคือดาวสัญลักษณ์

  

ในตอนที่ผ่านมา เราได้แนะนำให้ผู้อ่านวิเคราะห์โชคชะตาด้วยการหาข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลบนพื้นฐานของวงจรกำเนิดและวงจรทำลายกันไปแล้ว แม้กระนั้นก็ยังมีสัญญาณต่าง ๆ อยู่ในข้อมูลการเกิดของบุคคล เมื่อสัญญาณเหล่านี้ปรากฎขึ้นเราสามารถที่จะสรุปได้ในทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการหาเหตุผลตามหลักตรรกะ สัญญาณและใจความที่แฝงเร้นอยู่ในจตุสดมภ์แห่งโชคชะตาเหล่านี้เรียกว่าดาวสัญลักษณ์

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ของจตุสดมภ์แห่งโชคชะตา มีการค้นพบดาวสัญลักษณ์เหล่านี้มากมายและถูกนำมาบันทึกไว้ ตำราจีนโบราณมีบันทึกเกี่ยวกับสัญญาณเหล่านี้นับเป็นร้อย บางสัญญาณนับเป็นขุมทรัพย์อย่างแท้จริงและแม่นยำอย่างน่าทึ่ง แต่หลาย ๆ สัญญาณก็เชื่อไม่ได้เลยและอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่ผิดพลาดได้ ในสมัยอดีต หมอดูตามท้องถนนจำนวนมาก ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการศึกษาและไม่ได้รับการฝึกฝนกระบวนการในการหาข้อสรุปตามหลักตรรกะ ด้วยเหตุนี้ ดาวสัญลักษณ์ จึงเป็นวิธีที่ทำให้หมอดูเหล่านี้สามารถทำนายโชคชะตาได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความสามารถเชิงวิเคราะห์ จึงเป็นไปได้ที่หมอดูเหล่านี้จะเน้นในเรื่องดาวสัญลักษณ์มากจนเกินไป และบ่อยครั้งลูกค้าก็ได้กลับมาแค่เพียงจตุสดมภ์ของพวกเขาที่ตีความออกมาเป็นดาวสัญลักษณ์ซึ่งเป็นเพียงแค่ศัพท์เฉพาะทางและภาษาที่ใช้เฉพาะกลุ่มโดยไม่ได้ทราบความหมายที่เป็นแก่นสารจริงๆ แต่อย่างใด

 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านจตุสดมภ์แห่งโชคชะตาที่เอาจริงเอาจังในเรื่องดังกล่าวได้ออกมาวิจารณ์ การนำดาวสัญลักษณ์เข้ามาใช้ อย่างไรก็ตามบางส่วนของดาวเหล่านี้ถือเป็นเพชรน้ำงามและแม่นยำอย่างยิ่งจริงๆ ดังนั้น ในบทนี้เราจะมาทำความรู้จักดาวสัญลักษณ์บางดวงที่เป็นที่รู้จักมากๆ และเป็นประโยชน์ ดาวที่จะนำมาพูดถึงนี้สามารถเพิ่มพูนการวิเคราะห์โชคชะตาของเราได้อย่างแท้จริงและช่วยเสริมความแม่นยำในการทำนายโชคชะตาได้อย่างมากอีกด้วย 

 

ดอกไม้แห่งความรัก

ก้านดินทั้งสี่ อันได้แก่ ชวด มะเมีย เถาะ และระกา มีชื่อเรียกว่าดอกไม้แห่งความรัก ก้านดินเหล่านี้จะทำให้บุคคลมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีโอกาสด้านความรักมากยิ่งขึ้น

 

ดอกไม้แห่งความรักแต่ละดอกมีความสัมพันธ์กับ 3 นักษัตร นักษัตรเหล่านี้คือนักษัตรที่เข้ากันได้ตามที่เราได้พูดกันไปแล้ว ในบทต้นๆ เราจะรู้ดอกไม้แห่งความรักของตัวเองได้จากตารางต่อไปนี้

 

 

โดยทั่วไปแล้ว คนคนหนึ่งสามารถมีดอกไม้แห่งความรักได้ 2 ดอก ดอกหนึ่งจากวันที่เกิดและอีกดอกหนึ่งจากปีที่เกิด ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเกิดในปีชวด ในวันของนักษัตรกุน จากปีนักษัตรชวด เขาจะมีระกาเป็นดอกไม้แห่งความรัก และจากสดมภ์แห่งวัน เขาจะมีนักษัตรชวดเป็นดอกไม้แห่งความรัก ดังนั้นเขาจะมีประสบการณ์ด้านความรักมากขึ้นในช่วงปี เดือน หรือวันของนักษัตรระกาและนักษัตรชวด และหากเขาเผชิญกับสดมภ์แห่งโชคของนักษัตรระกาหรือชวด ช่วง 10 ปีนั้น เขาก็จะเป็นคนที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามยิ่งขึ้นและมีประสบการณ์ด้านความรักมากขึ้น

 

หากคนคนหนึ่งมีดอกไม้แห่งความรักมากกว่าหนึ่งดอกปรากฎขึ้นในจตุสดมภ์ ก็หมายความว่าคนคนนั้นเกิดมาพร้อมกับมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม หากมีดอกไม้แห่งความรักอยู่ในก้านดินของสดมภ์วัน จะหมายความว่าคู่ชีวิตของคนคนนั้นจะต้องเป็นคนที่มีเสน่ห์ หรืออย่างน้อยก็จะให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตัวเอง ดังนั้นดอกไม้แห่งความรักที่จริงแล้วมีความจำเป็นต่อสาขาอาชีพที่ต้องใช้ความมีเสน่ห์ดึงดูดใจ เข่น อาชีพในวงการบันเทิง ดนตรี และภาพยนตร์ หรือวงการสื่อต่างๆ เช่น งานด้านประชาสัมพันธ์และการโฆษณา

 

หากพบดอกไม้แห่งความรักอยู่ในสดมภ์ยาม ถือว่าเป็น "ดอกไม้กระโดดข้ามกำแพง" ซึ่งเป็นสัญญาณของความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรมหลังจากที่คนคนนั้นแต่งงานแล้ว

 

เหตุผลที่ใช้นักษัตรชวด มะเมีย เถาะ และระกาเป็นดอกไม้แห่งความรักก็เพราะหากเราทำการตรวจสอบจะพบว่าดอกไม้แห่งความรักมีความสัมพันธ์กับกลุ่มนักษัตร 3 พันธมิตรแต่ละกลุ่ม เราจะเห็นว่าดอกไม้ดังกล่าวที่จริงแล้วเป็นตำแหน่งของการ "อาบน้ำ" ในวงจรชีวิตของธาตุหนึ่งๆ เราลองมาดูที่นักษัตรระกาเป็นตัวอย่าง นักษัตรระกาเป็นดอกไม้แห่งความรักที่เกี่ยวพันกับพันธมิตรธาตุน้ำของนักษัตรวอก ชวด และมะโรง ในวงจรชีวิตของธาตุน้ำ น้ำกำเนิดในนักษัตรวอก และอาบน้ำใน นักษัตรระกา ดังนั้นระกาจึงเป็นตำแหน่งอาบน้ำของธาตุน้ำ และก็เช่นเดียวกันสำหรับนักษัตรชวด ซึ่งอาบน้ำในตำแหน่งของธาตุไม้ และนักษัตรมะเมียอาบน้ำในตำแหน่งของโลหะ นักษัตรเถาะอาบน้ำในตำแหน่งของไฟ เมื่อธาตุหนึ่งๆ อยู่ในตำแหน่งกำลังอาบน้ำ ก็จะต้องเปลือย ดังนั้นจึงสื่อความหมายทางเพศ

 

ม้าเดินทาง

ในบทก่อนที่ได้พูดถึงนักษัตรสามพันธมิตร เราได้เรียนรู้กันไปแล้วว่านักษัตรกลุ่มแรกคือ วอก ขาล มะเส็ง และกุนเป็นตำแหน่งกำเนิดของธาตุ ในขณะที่กลุ่มที่สองได้แก่ ชวด มะเมีย เถาะ และระกา เป็นตำแหน่งที่ธาตุรุ่งเรืองที่สุด นักษัตรกลุ่มที่สามคือมะโรง จอ ฉลู และมะแม เป็นสัญลักษณ์ของช่วงที่ธาตุนั้นๆ เข้าสู่สุสาน

 

จากข้างต้นนี้ เราได้ทำการตรวจสอบดอกไม้แห่งความรักซึ่งอยู่ในกลุ่มที่สองของนักษัตรที่รุ่งเรื่อง คือ ชวด มะเมีย เถาะ และระกา ตอนนี้ในส่วนนี้เราจะมาดูที่กลุ่มแรกของนักษัตร ซึ่งได้แก้ วอก ขาล มะเส็ง และกุน นักษัตรทั้ง 4 นี้คือ "ม้าเดินทาง" ในระบบดาวสัญลักษณ์

 

"ม้าเดินทาง" เป็นตัวแทนของโอกาสในการเดินทางหรือการโคจร ซึ่งได้แก่ วอก ขาล มะเส็ง และกุน เช่นเดียวกับดอกไม้แห่งความรัก ม้าเดินทางแต่ละตัวนี้มีความเกี่ยวพันกับกลุ่มของนักษัตรสามพันธมิตร ตารางต่อไปนี้แสดงให้เห็นวิธีหาม้าเดินทางจากก้านดินของสดมภ์ปีหรือสดมภ์วันของเรา

 

เมื่อม้าเดินทางที่เกี่ยวพันกับคนคนหนึ่งปรากฎขึ้น ก็จะเป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิดการเดินทางหรือการเคลื่อนไหว หากม้าปรากฏขึ้นในปีใด ปีนั้นจะเป็นปีที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยการะดินทาง หรือแม้แต่ปรากฎขึ้นในวันใด ก็จะทำให้วันนั้นเป็นวันที่ต้องไปโน่นมานี่ทั้งวัน หากม้าเดินทางปรากฎขึ้นในจตุสดมภ์ จะหมายความว่าคนคนนั้นจะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยการเดินทาง

 

หากม้าปรากฎขึ้นในสดมภ์วัน มีความเป็นไปได้ว่าคนคนนี้จะต้องแต่งงานกับชาวต่างชาติ หรือมีคู่สมรสที่ต้องเดินทางตลอดเวลา หากม้าปรากฏขึ้นในสดมภ์ยาม เป็นไปได้ว่าคนคนนี้จะต้องอาศัยอยู่ในประเทศอื่นในช่วงท้ายของชีวิต หากเราเข้าสู่ช่วงสดมภ์แห่งโชคที่เป็นม้าเดินทาง ก็จะทำให้ช่วงสิบปีนั้นมีการเดินทางบ่อยหรืออาจถึงขั้นย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศอื่นในช่วงสิบปีนั้น

 

ขุนนาง

ขุนนางคือคนที่คอยให้ความช่วยเหลือที่เราจะได้พบในชีวิต คนเหล่านี้เปรียบเสมือนเทพเจ้าจากสวรรค์ ดังนั้นจึงต่างจากความรักและม้าที่ได้มาจากก้านดิน แต่ "ขุนนาง" จะได้จากกิ่งสวรรค์ของสดมภ์วันหรือสดมภ์ปีของบุคคล แต่ละสดมภ์เราจะได้นักษัตร 2 นักษัตร โดยทั่วไปแล้วคนคนหนึ่งมีโอกาสที่จะมีขุนนางที่เกี่ยวข้องได้ถึง 4 คน

 

ภาพต่อไปนี้แสดงให้เห็นวิธีหาขุนนางจากกิ่งสวรรค์ของสดมภ์ปีและสดมภ์วันของบุคคล

หากคนคนหนึ่งเกิดมามีขุนนางอยู่ในจตุสดมภ์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีและจะช่วยเพิ่มโอกาสให้คนคนนั้นประสบความสำเร็จในชีวิตเป็นอย่างมาก ตำแหน่งของขุนนางยังสื่อถึงบุคคลที่ให้ความช่วยเหลือด้วย

=หากขุนนางเป็นสดมภ์ปีจะหมายถึงปู่ย่าตายาย

=หากเป็นสดมภ์เดือนจะหมายถึงพ่อแม่

=ขุนนางที่ปรากฎขึ้นในสดมภ์วันถือว่าดีที่สุดเพราะหมายความว่าคู่ชีวิตจะเป็นคนที่ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล

=ขุนนางปรากฎขึ้นในสดมภ์ยามหมายความว่าคนคนนั้นจะได้รับความช่วยเหลือจากลูก

 

 

ต่อไปนี้เป็นจตุสดมภ์ของสตีเฟน คิง เขาเกิดมาพร้อมกับมีขุนนางถึง 3 ตำแหน่งในจตุสดมภ์ของเขา เขาเกิดในปีธาตุไฟหยิน ดังนั้นนักษัตรกุนและระกาจึงเป็นขุนนางของเขา และเขายังเป็นคนธาตุน้ำหยิน ดังนั้นนักษัตรเถาะและมะเส็งจึงเป็นขุนนางของเขาด้วย ในบรรดาขุนนางทั้ง 4 นี้ เราจะพบสามขุนนาง คือ กุน ระกา และเถาะในสดมภ์ปี สดมภ์เดือน และ สดมภ์วันของเขา ขุนนางลำดับที่สี่คือมะเส็งปรากฎเข้ามาในช่วงสดมภ์แห่งโชคของเขาในช่วงอายุ 34 ถึง 43 ปี ดังนั้นในช่วงสิบปีนี้จึงเป็นยุคที่เขาประสบความสำเร็จที่สุดอย่างแท้จริง

สตีเฟน คิง 1 กันยายน 1947 (2490)

ขุนนางจะคอยให้ความช่วยเหลือและให้การสนับสนุน แต่ขุนนางก็ไม่ได้เป็นธาตุที่ถูกโฉลกเสมอไป ในกรณีที่ขุนนางไม่ใช่ธาตุที่ถูกโฉลก มักจะหมายความว่าคนคนหนึ่งจะต้องประสบกับโชคร้าย ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือจากขุนนางของเขา

 

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีขุนนางที่คลาสสิค เป็นจตุสดมภ์ของเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ชื่อว่า อีเลียน กอนซาเลซ ซึ่งเป็นเด็กชาวคิวบาที่ได้รับการช่วยเหลือจากชาวประมงที่นอกชายฝั่งฟลอริดา และเกิดเป็นกรณีพิพาทในปี 1999 (2542) จนเป็นความเห็นที่แบ่งแยกของมวลชนว่าเด็กชายคนนี้ควรจะกลับไปหาพ่อของเขาในคิวบา หรือควรจะได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกากับญาติของเขา

อีเลียน กอนซาเลซ

 6 ธันวาคม 1993 (2536)

เด็กชายคนนี้เป็นคนธาตุโลหะอ่อน ธาตุที่ถูกโฉลกกับเขาคือธาตุดินและธาตุไฟ น้ำและไม้เป็นธาตุที่ไม่ถูกโฉลก เรื่องราวเกิดขึ้นในปี  1999 (2542) ซึ่งเป็นปีเถาะธาตุดินหยิน ธาตุดินเป็นแม่ของธาตุโลหะ ดังนั้นธาตุดินหยินซึ่งอยู่บนนักษัตรเถาะแสดงให้เห็นว่าแม่ของเด็กกำลังตกอยู่ภายใต้การโจมตีจากธาตุไม้ นี่เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงเคราะห์ร้ายที่จะเกิดขึ้นกับแม่ของเขา ในปี 1999 (2542) และก็เป็นความจริง แม่ของเขานำเขาขึ้นเรือเพื่อหลบหนีออกจากคิวบาไปยังสหรัฐอมริกา แต่ระหว่างทางพวกเขาประสบพายุรุนแรงและเรืออับปาง แม่ของเขาจมน้ำตายในวันที่ 23 พฤศจิกายน 1999 (2542) ต่อไปนี้เป็นจตุสดมภ์ในช่วงที่อุบัติเทตุอันน่าสะเทือนใจนี้เกิดขึ้น

ไตรสดมภ์ในเวลาที่เรืออับปาง

วันนั้นเป็นวันธาตุดินหยินบนนักษัตรเถาะ ซึ่งเป็นวันที่แสดงให้เห็นถึงธาตุไม้ที่แข็งแกร่งกำลังโจมตีธาตุดินอยู่จริงๆ และธาตุดิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้เป็นแม่ของเด็กชายก็เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เธอจะลงเรือ เธอได้ผูกเด็กชายไว้กับวัตถุที่ลอยน้ำได้ เด็กชายจึงรอดชีวิตและลอยอยู่ในทะเลเป็นเวลา 2 วัน จนกระทั่งวันที่ 25 พฤศจิกายน 1999 (2542) ชาวประมงที่อยู่นอกชายฝั่งไมอามี่ได้พบเด็กชายและช่วยชีวิตเขาไว้ ในวันที่เกิดเรื่องน่าเศร้า เราจะเห็นว่านักษัตรเถาะปรากฎขึ้นสองครั้ง นักษัตรเถาะคือขุนนางของเด็กชาย โดยมีธาตุดินหยินอยู่บนนักษัตรเถาะ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแม่ของเขาเป็นขุนนางที่ช่วยชีวิตเขาไว้ แต่เนื่องจากนักษัตรเถาะเป็นธาตุที่ไม่ถูกโฉลก ซึ่งหมายความว่าเด็กชายจะต้องประสบกับโชคร้ายและตกระกำลำบากก่อนที่ขุนนางจะเข้ามาช่วยชีวิตเขา ในวันที่เขาได้รับความช่วยเหลือตรงกับวันที่ 29 พฤศจิกายน นักษัตรมะเส็งปรากฎขึ้นสองตำแหน่ง นักษัตรมะเส็งเป็นขุนนางของเขา และมะเส็งเป็นธาตุที่ถูกโฉลก

ดังนั้นจึงเป็นวันโชคดีที่เด็กชายได้พบชาวประมง มะเส็งยังเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์ทะเลอีกด้วย และตามรายงานข่าวบอกว่าตอนที่ชาวประมงพบเด็กชายพวกเขายังเห็นปลาโลมาสองสามตัวว่ายอยู่ใกล้ ๆ เด็กชายด้วย ดังนั้นปลาโลมาอาจจะถือว่าเป็นขุนนางมะเส็งได้

จตุสดมภ์ของช่วงเวลาที่เด็กชายได้รับการช่วยชีวิตในวันที่ 29 พฤศจิกายน 1999 (2542)

 

 

เราลองมาดูอีกตัวอย่างหนึ่งของขุนนาง จตุสดมภ์ต่อไปนี้เป็นของทหารหญิงสหรัฐ เจ็สสิกา ลินช์ ผู้ถูกทหารอิรัดจับกุมตัวในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เชียครั้งที่สองในปี 2003 (2546) และเธอได้รับการช่วยชีวิตราวกับปาฏิหาริย์จากโรงพยาบาลสองสามวันหลังจากนั้น

เจ็สสิกา ลินช์,

26 เมษายน 1983 (2526)

กองทหารที่เธอประจำการอยู่ถูกซุ่มโจมตีในวันที่ 23 มีนาคม 2003 (2546) ตอนเช้าตรู่ และเพื่อนทหารของเธอส่วนใหญ่เสียชีวิตข้างตัวเธอ แต่เธอรอดจากหายนะครั้งนี้ได้ หากเราตรวจดูวันที่เกิดเหตุการณ์ ก็จะเห็นเหตุผลได้ชัดเจนว่าเธอถูกล้อมรอบด้วยขุนนางของเธอในวันนั้น

 

จตุสดมภ์ของวันที่ถูกโจมตี 23 มีนาคม 2003 (2546)

เจ็สสิกา ลินช์ เกิดในปีธาตุน้ำหยิน นักษัตรเถาะและมะเส็งจึงเป็นขุนนางของเธอ เธอเกิดในวันธาตุไม้หยาง นักษัตรฉลู และมะแมจึงเป็นขุนนางของเธอด้วย ในช่วงเวลาที่ถูกโจมตี มีนักษัตรเถาะสองและนักษัตรมะแมสองจึงเป็นการปรากฎตัวของขุนนางสี่คนที่เข้ามาปกป้องคุ้มครองเธอในวันนั้น

 

จากตัวอย่างทั้งหมด เราจะเห็นว่าขุนนางเป็นดาวที่ดีมากจริงๆ ที่คอยให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลในยามที่ต้องการ

Visitors: 168,277